ทำนายฝัน จัดอันดับ เมนูอาหารแปลก สิบอันดับ ที่สุดในโลก สถานที่น่ากลัว เรื่องสยองขวัญ ประวัติศาสตร์ คดีฆาตกรรม ฆาตกรโหด สรรพคุณสมุนไพร
สนามควอนตัมที่คุณครอบครอง และวิธีเปลี่ยนโลกความเป็นจริงของคุณ
ตอนนี้ได้มีการปฏิวัติเกิดขึ้นมาอย่าง เงียบๆโดยที่ไม่ใช่จากรัฐรัฐบาลหรือองค์กรใดๆแต่เป็นภายในจิตวิญญาณของมนุษย์พวก เราได้เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเคยมอง ข้ามมาตลอดชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆนั่นคือ เรื่องธรรมชาติความเป็นจริงของเราพวกเรา ได้รับการเลี้ยงดูมาโดยเชื่อว่าโลกคือ สิ่งที่อยู่ภายนอกมีความมั่นคงถาวรโดยมี ลำดับของเหตุและผลที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเรา ถูกสอนให้ไล่ล่าความสำเร็จแก้ไขปัญหาและ ตอบสนองต่อสถานการณ์ราวกับว่าเราเป็น เพียงผู้สังเกตการภูมิทัศน์ที่ไม่เปลี่ยน แปลงเท่านั้นแต่จะเกิดอะไรขึ้นหากสิ่ง เหล่านี้ไม่เป็นความจริงเลยจะเกิดอะไร ขึ้นถ้าความเป็นจริงของคุณไม่ใช่สิ่งที่ เกิดขึ้นกับคุณแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ผ่านตัวคุณล่ะภาพลวงตาของโลกที่มั่นคง ถาวรนั้นทรงพลังมากซึ่งถูกเสริมด้วยตำรับ ตำราทางวิทยาศาสตร์ เรื่องเล่าทางวัฒนธรรมและแม้แต่ผู้ให้คำ ปรึกษาที่มีเจตนาดีเราถูกบอกให้มองโลกตาม ความเป็นจริงทำงานให้หนักวางแผนอย่างมี เหตุมีผลและยอมรับสิ่งที่เป็นไปแต่ลึกๆ แล้วคุณอาจรู้สึกถึงความตึงเครียดเล็กๆ น้อยๆมาตลอดคุณอาจเคยรู้สึกว่าชีวิตนั้น สามารถเป็นสิ่งที่ลื่นไหลกว่ามหัศจรรย์ ได้มากกว่าเชื่อมโยงกันมากกว่าตรรกะเพียง อย่างเดียวความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่ สามารถอธิบายได้ว่าไม่ใช่ความโง่เขลาแต่ เป็นการเรียกร้องหาความเป็นจริงฟิสิกส์ ควันตัมยุคใหม่ได้เริ่มเผยให้เห็นความ เป็นจริงในแง่ที่มันไม่ใช่วัตถุที่มีความ คงทนถาวรตามที่เราเคยสันนิษฐานว่ามันเป็น แต่แท้จริงแล้วมันคือสนามพลังเป็น มหาสมุทรแห่งความเป็นไปได้ที่จะตอบสนอง ต่อความคิดอารมณ์และความเชื่อของเราขณะ ต่อขณะ ในแง่นี้สิ่งที่คุณเห็นอยู่รอบตัวไม่ใช่ ภาพถ่ายแบบนิ่งๆแต่เป็นเหมือนกระจกมาก กว่าโดยจะสะท้อนไม่เพียงแค่การกระทำของ คุณแต่ยังตอบสนองต่อการสั่นสะเทือนที่ ละเอียดอ่อนของโลกภายในของคุณอีกด้วยคุณ รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยังความ รู้สึกที่ละเอียดอ่อนว่าคุณไม่ได้แค่ใช้ ชีวิตอยู่ในโลกแต่คุณมีส่วนร่วมในการ สร้างมันขึ้นมานี่ไม่ใช่ความคิดแบบฟุ้งๆ หรือการคิดแบบเข้าข้างตัวเองแต่เป็นการ เรียกคืนพลังแห่งการรับรู้ของคุณเป็น เรื่องของการทำความเข้าใจว่าสิ่งที่คุณ เรียกว่าความเป็นจริงนั้นอาจเป็นเพียงการ รวบรวมที่เกิดขึ้นซ้ำๆที่คุณตกลงใจที่จะ เก็บมันเอาไว้ในแบบไม่รู้ตัวรูปแบบซ้ำๆ ของความสงสัยผลกระทบจากปมในวัยเด็กความ เชื่อที่สืบทอดกันมาซึ่งบอกว่าคุณทำอะไร ได้ทำอะไรไม่ได้หรือคุณจะกลายเป็นคนแบบ ไหนต่อไปซึ่งก็เช่นเดียวกับรูปแบบอื่นๆใน แง่ที่สิ่งเหล่านี้สามารถถูกเขียนขึ้นมา ใหม่ได้โดยไม่ต้องใช้กำลังบังคับแต่ผ่าน ทางการรับรู้แล้วทันใดนั้นความเป็นจริงก็ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ภายนอกอีกต่อไปแต่มัน ได้กลายเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดยืดหยุ่นและ ศักดิ์สิทธิ์สำหรับคุณนี่ไม่ได้หมายความ ว่าคุณจะไม่ต้องเผชิญกับความยากลำบากอีก ต่อไปแต่มันหมายความว่าคุณจะเผชิญกับความ ยากลำบากด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไปโดยรู้ ว่าคุณไม่มีวันไร้ซึ่งพลังและไม่มีวันแยก จากพลังสร้างสรรค์ของจักรวาล คุณอาจสงสัยว่าหากนี่เป็นเรื่องจริงแล้ว ทำไมมีผู้คนจำนวนมากมายถึงไม่ดำเนินชีวิต กันแบบนี้นั่นก็เป็นเพราะการตื่นรู้ถึง ความจริงข้อนี้เป็นทางเลือกไม่ใช่คำสั่ง มันต้องการให้คุณละทิ้งความแน่นอนคลาย ความยึดมั่นถือมั่นว่าสิ่งต่างๆควรเป็น แบบไหนมันคือการเปลี่ยนการควบคุมไปสู่การ อยู่กับปัจจุบัน คำถามที่แท้จริงก็คือคุณเต็มใจที่จะปลด ปล่อยตัวตนเก่าของคุณให้สูญสลายไปเพื่อ ให้ชีวิตที่แท้จริงของคุณสามารถปรากฏออก มาได้หรือไม่คนส่วนใหญ่นั้นตอบว่าไม่แต่ การที่คุณกำลังฟังเนื้อหาอยู่ที่นี่ตอน นี้คือการบ่งบอกว่าบางจุดในหัวใจของคุณ ได้รู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่คือจุดที่การ เปลี่ยนแปลงได้เริ่มต้นนี่ไม่ใช่เรื่อง ของการเปลี่ยนแปลงโลกที่อยู่รอบตัวคุณแต่ เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่คุณเห็นรู้ สึกและความเชื่อที่คุณมีอยู่เมื่อการ เปลี่ยนแปลงได้เริ่มต้นสนามพลังนั้นก็จะ เคลื่อนที่ไปพร้อมกับคุณอย่างนิ่มนวลและ คงที่สม่ำเสมอสนามควันตัมนั้นอาจฟังดู เป็นสิ่งที่ลึกลับจับต้องไม่ได้เหมือน อะไรสักอย่างที่สงวนไว้สำหรับนัก วิทยาศาสตร์ในชุดคลุมสีขาวและทฤษฎีเชิงนำ มาทำที่เอาไปใช้ในชีวิตจริงไม่ได้แต่จะ เป็นยังไงถ้าผมบอกคุณว่าสนามพลังนี้ไม่ เพียงมีอยู่จริงเท่านั้นแต่คุณกำลังอยู่ ในมันและจะเป็นอย่างไรถ้าสนามควันตั้มไม่ ใช่สิ่งที่ต้องศึกษาจากระยะไกลแต่เป็น สิ่งที่คุณใช้ชีวิตอยู่หายใจและสามารถส่ง อิทธิพลได้ตลอดเวลามาเริ่มต้นด้วยการคิด ใหม่ว่าความเป็นจริงนั้นคืออะไร เราถูกกำหนดให้คิดว่าสะสารโต๊ะร่างกาย อาคารและสิ่งต่างๆมากมายล้วนเป็นของแข็ง แต่ยิ่งเราไปดูมันใกล้ๆในเชิงวิทยาศาสตร์ มากเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งพบว่ามันคือพื้น ที่ของความว่างอันกว้างใหญ่ในระดับอะตอม สิ่งที่ดูเหมือนเป็นของแข็งนั้นกลับมี ความว่างเป็นส่วนใหญ่และอนุภาคที่มีอยู่ จริงๆไม่ได้ทำตัวเหมือนลูกบิลเลี่ยดเล็กๆ พวกมันจะประพฤติตนเหมือนเป็นคลื่นของการ สั่นสะเทือนและความเป็นไปได้ตอนนี้ขอให้ คุณลองหยุดสักครู่เพื่อทำการครุ่นคิดว่า ตัวคุณนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากอะไรก็ ตามที่หยุดนิ่งตัวคุณถูกสร้างขึ้นมาจาก รูปแบบความถี่แสงสว่างคุณคือละลอกคลื่นใน ทะเลแห่งภูมิปัญญาเช่นเดียวกับทุกสิ่งทุก อย่างที่เหลืออื่นๆสนามควนตัมเปรียบได้ กับท้องทะเลมันคือพิมพ์เขียวทางพลังงาน ที่มองไม่เห็นที่อยู่ภายใต้ทุกๆสิ่งไม่ ว่าจะเป็นความคิดอารมณ์ร่างกายความ สัมพันธ์ของคุณนั้นเกิดจากการเชื่อมโยง กันระหว่างสนามควันตัมมันไม่ใช่อะไรที่ อยู่ข้างนอกนั้นเลยแต่มันคือเนื้อแท้ของ ตัวคุณลองนึกภาพถึงสนามควันตัมที่เป็น มหาสมุทรแห่งศักยภาพอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ ไม่มีอะไรก่อตัวขึ้นในนั้นแต่ทุกสิ่งทุก อย่างคือความเป็นไปได้เมื่อคุณใช้ความรู้ สึกจดจ่อหรือโฟกัสไปที่บางสิ่งโดยที่มี อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องคุณกำลังยุบรวม ศักยภาพเหล่านั้นให้กลายมาเป็นความจริง นี่ไม่ใช่เรื่องของการบังคับผลลัพธ์แต่ เป็นการพยายามปรับจูนให้เข้ากับความเป็น ไปได้เมื่อคุณดำรงอยู่กับความขาดแคลนคุณ ก็จะยุบรวมความเป็นจริงให้กลายมาเป็นความ ขาดแคลนด้วยเมื่อคุณดำรงอยู่กับการสำนึก รู้คุณและความอุดมสมบูรณ์คุณก็จะยุบรวมไป สู่ความอุดมสมบูรณ์นั้นซึ่งมันอาจไม่ใช่ ในแบบทันทีทันใดเสมอไปมันอาจไม่เกิดขึ้น แบบเป็นเส้นตรงเสมอไปแต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ อาจหลีกเลี่ยงได้เพราะสนามพลังจะตอบสนอง ต่อพลังงานไม่ใช่ด้วยความพยายามนี่คือ สาเหตุที่การทำงานภายในมีความสำคัญมาก กว่าการกระทำที่เร่งรีบเพราะเมื่อทำแบบ นั้นคุณจะไม่สามารถเอาชนะการสั่นสะเทือน ของตัวเองได้คุณไม่สามารถดลบันดาลความสุข ออกมาจากความกลัวได้สนามควนตัมไม่ได้พูด ภาษาอังกฤษไม่ได้พูดภาษาสเปนหรือภาษาไทย แต่มันพูดโดยใช้คลื่นความถี่และความสอด คล้องมันกำลังฟังด้วยความรู้สึกไม่ใช่กับ สิ่งที่คุณพูดคุณเคยเดินเข้าไปในห้อง หนึ่งแล้วรู้สึกถึงพลังงานของใครบางคน ก่อนที่เขาจะพูดคำใดๆออกมาหรือไม่นั่นคือ สนามพลังหรือไม่คุณก็อาจคิดถึงใครบางคน แล้วจู่ๆคนๆนั้นก็โทรหาคุณนั่นก็เป็นสนาม พลังด้วยเหมือนกันคุณเคยรู้สึกถึงความผิด ผิดปกติบางอย่างขณะที่ภายนอกดูเรียบร้อย ดีบ้างมยนั่นก็คือสนามพลังที่คุณได้ เชื่อมโยงกับมันคุณเป็นแบบนั้นอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อคุณมี ปฏิสัมพันธ์กับมันอย่างตั้งใจขณะที่บางคน ในชีวิตนั้นเขาจะต้องรอคอยการพิสูจน์ก่อน ที่จะเชื่อแบบจำลองเก่าของความเป็นจริง คือฉันจะเชื่อได้ก็ต่อเมื่อได้เห็นมัน เท่านั้นแต่ในแบบจำลองทางควัน มันคือสิ่งที่ตรงข้ามคุณจะเห็นมันก็ต่อ เมื่อคุณเชื่อความเชื่อนั้นไม่ใช่ข้อตกลง ทางจิตใจเท่านั้นแต่เป็นความสอดคล้องทาง พลังงานเมื่อคุณรู้สึกว่าบางสิ่งเป็นจริง ร่างกายของคุณก็จะปลดปล่อยความถี่นั้นออก มาจากหัวใจจากสมองจากสนามพลังของคุณทั้ง หมดทุกอย่างจะเริ่มส่งสัญญาณที่สอดคล้อง ออกมาและสนามควันตัมในแบบเดียวกันก็จะ เริ่มสะท้อนกลับคืนมานี่ไม่ใช่การคิดไป เองแต่มันคือฟิสิกส์และจุดที่มีความล้ำ ลึกมากๆก็คือคุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง สนามพลังคุณแค่ต้องเปลี่ยนแปลงสัญญาณที่ คุณส่งออกไป หากคุณตื่นนอนขึ้นมาในแต่ละวันโดยคาดหวัง ว่าสิ่งต่างๆจะต้องผิดพลาดหรือไม่คุณก็ เตรียมรับมือกับความผิดหวังหรือแบกรับ ความเศร้าโศกตั้งแต่เมื่อวานไว้ในการ สร้างสรรค์วันนี้นั่นเท่ากับคุณกำลังส่ง สัญญาในแบบนั้นออกไปและสนามพลังก็ไม่มี การตัดสินมันเพียงแค่สะท้อนสิ่งที่เหมือน กันกลับคืนมาหาคุณเมื่อคุณเริ่มตื่นนอน ขึ้นมาพร้อมกับคำถามที่ต่างออกไปเช่นจะมี ความงดงามอะไรที่จะเผยตัวออกมาให้แก่ฉัน ในวันนี้บ้างคุณก็จะเริ่มต้นส่งความ กระจ่างชัดออกไปแล้วก็จะเริ่มดึงดูดสิ่ง ที่สอดคล้องกันเข้ามาไม่ใช่เพราะคุณได้ แฮกระบบแต่เพราะคุณจดจำได้ว่าคุณนั่นแหละ คือตัวระบบเองทุกสิ่งทุกอย่างคือพลังงาน แต่พลังงานทั้งหมดไม่ได้เท่าเทียมกัน อารมณ์ที่มีความถี่สูงความรักความตื่น เต้นความสุขความซาบซึ้งขอบคุณไม่ใช่แค่จะ ทำให้คุณรู้สึกดีเท่านั้นแต่มันจะสร้าง คลื่นแม่เหล็กที่มีความสอดคล้องกันในสนาม พลังของคุณสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในหัวใจแล้ว จะส่งผลไปที่สมองและร่างกายของคุณต่อไป สำหรับสภาวะอารมณ์ที่มีความถี่ต่ำเช่น ความละอายใจความรู้สึกผิดความวิตกกังวลก็ จะสร้างคลื่นที่สับสนเมื่อคุณเข้าใจใน เรื่องนี้แล้วคุณจะหยุดตัดสินอารมณ์ของ ตัวเองและจะเริ่มสังเกตมันในรูปแบบของการ เป็นข้อมูลเมื่อคุณตั้งคำถามว่านี่คือ พลังงานที่ฉันต้องการส่งออกไปในสนามพลัง หรือเปล่านั่นคือการเรียกคืนมาซึ่งสติ สนามพลังไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถถูกหลอกลวง ได้คุณอาจบอกตัวเองด้วยคำพูดย้ำจิตตลอด เวลาตลอดทั้งวันแต่หากคุณไม่ได้รู้สึกแบบ นั้นคุณมาจากพื้นที่ของความกลัวหรือการ ควบคุมสัญญาณต่างๆจะบิดเบือนไปหมดนี่คือ สาเหตุที่คนจำนวนมากพยายามใช้จิตดลบันดาล บางสิ่งบางอย่างแต่ข้างในกลับรู้สึก หงุดหงิดใจบางคนอาจพูดถึงเรื่องความมั่ง คั่งแต่ข้างในคุณไม่ได้รู้สึกว่าตัวเอง คู่ควรกับสิ่งนั้นจริงๆบางคนจินตนาการถึง ความสำเร็จในขณะที่เตรียมพร้อมรับมือกับ ความล้มเหลวขอให้คุณลองหยุดสักครู่และรู้ สึกถึงสิ่งที่คุณปรารถนาอย่างแท้จริงหาก สนามควันตัมถูกสร้างขึ้นโดยความถี่และ ความถี่ถูกสร้างขึ้นโดยอารมณ์และความคิด จิตสำนึกและภูมิทัศน์ภายในของคุณก็คือ สถาปนิกของความเป็นจริงมันคือผู้สร้าง สรรค์สิ่งต่างๆอย่างเงียบๆเป็นจิตกรที่ อยู่เบื้องหลังผืนผ้าใบและนี่ก็คือการ ปฏิวัติแบบเงียบๆ ความเชื่อไม่ใช่แค่เรื่องจิตวิทยาเท่า นั้นแต่มันคือพลังงานอย่างแท้จริงพวกมัน เป็นเหมือนการสร้างนั่งร้านที่มองไม่เห็น รอบๆชีวิตของคุณซึ่งจะไปชี้นำสิ่งที่ สามารถทำได้และทำไม่ได้ให้เข้ามาใน ประสบการณ์ของคุณเรื่องราวต่างๆที่คุณบอก ตัวเองจะกลายเป็นขีดจำกัดของสิ่งที่คุณ อนุญาตให้ตัวเองได้พบเจอความคิดที่คุณคิด อยู่ซ้ำซ้ำจะกลายเป็นคำแนะนำให้กับสนาม พลังแต่พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ถึงความเชื่อที่ตัวเองกำลังมีอยู่เราได้ รับสืบทอดมันมาดูดทรับมันปกป้องมันและ บ่อยครั้งที่เราต้องทนทุกข์เพราะสิ่ง เหล่านี้คุณเติบโตมาด้วยความเชื่ออะไรที่ เกี่ยวข้องกับความรักที่เกี่ยวข้องกับ ความสำเร็จเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณเป็น เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณเชื่อว่าตัวเอง คู่ควรสิ่งเหล่านี้จะไปกำหนดรากฐานของการ สั่นสะเทือนซึ่งไม่ใช่ว่ามันเป็นข้อเท็จ จริงแต่มันเป็นเพราะคุณเคยและสิ่งที่คุ้น เคยก็กลายเป็นสิ่งที่ปลอดภัยถึงแม้ว่ามัน จะเจ็บปวดก็ตามทีมันไม่ใช่ความผิดของคุณ เลยเป็นระบบประสาทของคุณที่ถูกสร้างขึ้น มาเพื่อการเอาชีวิตให้รอดไม่ใช่การพัฒนา ตัวเองมันชอบสิ่งที่คาดเดาได้มากกว่าสิ่ง ที่เป็นไปได้แต่จิตวิญญาณของคุณจิตสำนึก ของคุณมันปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเองมากขึ้น เพื่อจดจำว่าคุณไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อทำ ซ้ำรูปแบบเก่าๆแต่คุณมาอยู่ที่นี่เพื่อ ที่จะเขียนมันขึ้นมาใหม่แล้วอะไรคือความ เชื่อลึกๆว่าสิ่งนี้เป็นไปได้สำหรับคุณ นี่ไม่ใช่คำถามเพื่อให้คุณขุ้่นคิดเพียง อย่างเดียวแต่มันเป็นคำถามเชิงควนตัม เพราะสนามพลังนั้นจะตอบสนองต่อสิ่งที่คุณ เชื่อจริงๆไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณหวังว่ามัน จะกลายเป็นจริงคุณอาจกล่าวคำพูดย้ำจิต อย่างตั้งใจว่าฉันคือความอุดมสมบูรณ์แต่ คุณกลับเชื่อโดยไม่รู้ตัวว่าคุณมีอยู่ไม่ เพียงพอและในความขัดแย้งภายในนี้ความถี่ ของคุณจะกลายเป็นความสับสน สนามพลังจะได้ยินแต่สัญญาณรบกวน แทนที่จะเป็นสัญญาณที่กระจ่างชัดเพื่อที่ จะใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงของ คุณได้อย่างแท้จริงคุณจะต้องนำความ ปรารถนาของตัวเองมาสู่ความสอดคล้องกับ ความเป็นจริงในจิตใต้สำนึกนี่คือศิลปะ แห่งความสอดคล้องและความสอดคล้องคือภาษา ของการสร้างสรรค์ทว่าความย้อนแย้งก็คือ เพื่อที่จะเชื่อความเป็นจริงใหม่ได้อย่าง แท้จริงคุณมักจะต้องละทิ้งความอยากที่จะ ให้มันปรากฏขึ้นมาในทันทีเพราะความเร่ง รีบจะมาจากความขาดแคลนและความขาดแคลนก็ เป็นความถี่ด้วยเมื่อคุณอยากให้อะไรเกิด ขึ้นมันคือการยืนยันทางพลังงานว่ามันยัง ไม่ได้เกิดขึ้นและสนามพลังก็จะสะท้อนการ ขาดนั้นกลับคืนมาต่อเมื่อคุณเริ่มไว้วาง ใจอย่างผ่อนคลายอย่างใจเย็นและอย่างสิ้น เชิงว่าพลังงานของคุณได้สอดคล้องกับผล ลัพธ์นั้นแหละแล้วสนามพลังก็จะเริ่มโค้ง งอไม่ใช่เพราะแรงกดดันแต่มาจากการรับรู้ ถึงสิ่งเหล่านั้นเห็นมว่าเรื่องนี้กลับ ด้านกับทุกอย่างที่เราเคยถูกสอนมาคุณไม่ ต้องผลักดันไม่ต้องมุ่งมั่นให้บรรลุผล สำเร็จเพราะในโลกขวัญต่ำการปรากฏขึ้นของ สิ่งต่างๆนั้นก็เหมือนกับการปรับคลื่น วิทยุให้ตรงกันมากกว่าคุณไม่ได้เป็นคนที่ สร้างเสียงดนตรีขึ้นมาคุณแค่ปรับขึ้น วิทยุเพื่อที่จะรับเสียงดนตรีนั้นได้คุณ ไม่ได้บังคับความเป็นจริงคุณเข้าร่วมกับ มันคุณกลายเป็นคู่ที่ตรงกับมันดังนั้นการ ปฏิบัติที่แท้จริงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการ ได้รับในสิ่งที่คุณต้องการแต่เกี่ยวข้อง กับการเป็นคนที่คุณจำต้องเป็นเพื่อที่จะ รับสิ่งนั้นได้นี่คือจุดที่จิตใต้สำนึก ได้เข้ามาไม่ใช่ในฐานะทางปรัชญาแต่เป็น การนำสิ่งนั้นมาอยู่ในตัวของคุณคุณเริ่ม คิดในแบบที่สอดคล้องกับความรักคุณเริ่ม พูดในแบบที่สอดคล้องกับความเป็นจริงคุณ เริ่มประพฤติตนในแบบที่สอดคล้องกับความ อุดมสมบูรณ์ไม่ใช่เพราะคุณกำลังแกล้งทำ แต่เป็นเพราะคุณกำลังฝึกฝนความถี่ใหม่จน กระทั่งมันได้กลายเป็นสภาวะตามธรรมชาติ ของคุณให้คุณถามตัวเองอยู่เสมอว่าความคิด ใดที่ฉันจะต้องเชื่อในตอนนี้ถ้าความฝัน ของฉันได้กลายมาเป็นจริงแล้วจากนั้นยึด มั่นความคิดนั้นเอาไว้รู้สึกถึงมันในร่าง กายของคุณหายใจเข้าออกด้วยความรู้สึกนี้ นี่คือวิธีการที่เราจะเริ่มสามารถเปลี่ยน แปลงสิ่งต่างๆได้อย่างนุ่มนวลจากภายในสู่ ภายนอกเรามักคิดกันว่าการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องอึกกระทึกครึกโคมและฉับพลันทัน ใดแต่ในสนามควันตัมแล้วการเปลี่ยนแปลงที่ แท้จริงเกิดขึ้นแบบละเอียดอ่อนกว่านั้น มากมันเกิดขึ้นในระดับของการเป็นมันคือ การเปลี่ยนแปลงมันคือการรับรู้อย่างอ่อน โยนมันคือการหายใจเข้าลึกๆการเปิดใจการ ปล่อยใจไม่จำเป็นต้องฝืนเพื่อหาทางไปสู่ ชีวิตใหม่คุณเพียงแค่ต้องหยุดใช้ความถี่ ของสิ่งเก่าๆเหล่านั้นนี่คือการฝึกนี่ เป็นการเชื้อเชิญให้คุณรู้เท่าทันความคิด ของตัวเองทุกวันโดยที่ไม่ตัดสินแต่ให้ทำ การสังเกตเพื่อที่คุณจะถามอย่างอ่อนโยน ว่าความคิดนี้คือการสร้างความเป็นจริงที่ ฉันต้องการเลือกหรือไม่หากว่าไม่ใช่ก็ให้ คุณเลือกใหม่อีกครั้งด้วยความรักทำแบบนี้ ซ้ำๆอย่างสม่ำเสมอนี่ไม่ใช่เรื่องของการ หลีกเลี่ยงความเจ็บปวดแต่เป็นการซื่อตรง กับมันมันคือการรับรู้ว่าข้อจำกัดส่วน ใหญ่ของเราไม่ได้มาจากโลกแต่มันมาจากวิธี การที่เราถูกกำหนดให้รับรู้ไปแบบนั้น เมื่อคุณเปลี่ยนแปลงการรับรู้คุณก็ เปลี่ยนแปลงพลังพลังงานเมื่อคุณเปลี่ยน แปลงพลังงานคุณก็เปลี่ยนแปลงสัญญาณ เมื่อสัญญาณเปลี่ยนไปสนามพลังก็จะตอบสนอง ไม่ใช่ในวันอื่นๆแต่เป็นในขณะนี้เลยจะ เกิดอะไรขึ้นเมื่อโลกภายในของคุณอย่างราก ลึกอยู่ในความปลอดภัยความเป็นไปได้และ ความรักสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือโลกภายนอก ของคุณก็จะเริ่มสะท้อนสิ่งเหล่านั้นกลับ คืนมาผู้คนได้รับการตอบสนองในแบบที่ต่าง กันออกไปโอกาสจะกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจ ความบังเอิญของคุณจะกลายเป็นสิ่งที่มายืน ยันแล้วชีวิตของคุณก็จะเริ่มเกิดความลื่น ไหลไม่ใช่เพราะโลกเปลี่ยนไปแต่เพราะคุณ เปลี่ยนแปลงนี่ไม่ใช่เรื่องของเวทมนตร์ แต่นี่คือเรื่องของการฝึกตนให้เกิดความ เชี่ยวชาญและมันเริ่มต้นขึ้นในเวลาที่คุณ หยุดพยายามที่จะทำให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้น ด้วยการกลายเป็นคนๆนั้นแทนสิ่งต่างๆจะ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเพราะสนามควนตัม ไม่ได้ให้รางวัลกับความพยายามแต่มันตอบ สนองต่อความสอดคล้องแล้วความสอดคล้อง เริ่มต้นด้วยความกระจ่างชัดมันคือการ เลือกความคิดที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ของคุณปล่อยวางความเชื่อที่ครั้งหนึ่งมัน คือสิ่งที่ปกป้องคุณไว้แต่ตอนนี้กลับกลาย เป็นสิ่งที่จำกัดคุณคุณไม่ได้พังทลายคุณ ไม่ได้สาย คุณไม่ได้ล้าหลังแต่คุณกำลังเรียนรู้ที่ จะจดจำว่าตัวเองเป็นใครอย่างแท้จริงคุณ คือสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกอันทรงพลัง คุณคือผู้ร่วมสร้างกับสนามแห่งความรักที่ ไม่มีที่สิ้นสุดและยิ่งคุณเชื่อในความ จริงนั้นมากเท่าไหร่ชีวิตก็จะยิ่งสะท้อน สิ่งนั้นกลับมาหาคุณมากขึ้นเท่านั้นมี เส้นทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่เงียบสงบกว่า เส้นทางนี้ไม่ต้องการให้คุณพยายามหนัก ขึ้นทำงานมากขึ้นหรือแก้ไขตัวเองอย่างไม่ สิ้นสุดเส้นทางนี้เป็นเส้นทางของการ เปลี่ยนแปลงอย่างนุ่มนวลเป็นการเปลี่ยน แปลงทางพลังงานความสนใจมันอ่อนโยนแต่ล้ำ ลึกในพื้นที่นี้คุณไม่ได้บังคับให้เกิด การเปลี่ยนแปลงแต่คุณยินยอมให้มันเกิด ขึ้นพวกเราส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้เชื่อมโยง ความเปลี่ยนแปลงกับความพยายามการดิ้นรน ต่อสู้แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากการเปลี่ยน แปลงที่ทรงพลังที่สุดไม่ได้เกิดขึ้นจาก การใช้กำลังแต่เกิดขึ้นจากการยอมจำนนขอ ให้ชัดเจนว่าการยอมจำนนไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการละทิ้งการต่อต้านนั่นคือช่วง เวลาที่คุณหยุดพยายามควบคุมผลลัพธ์ใดๆและ เริ่มไว้วางใจในภูมิปัญญาของสนามพลังมัน คือการตัดสินใจอย่างมีสติที่จะจับคู่เข้า กับความเป็นจริงมากกว่าที่จะต่อสู้ดิ้นรน ให้มันกลายเป็นรูปเป็นร่างเมื่อคุณปรับ ตัวเองให้สอดคล้องกับเจตนาไม่ใช่เป็นความ ต้องการแต่เป็นทิศทางคุณจะเริ่มเดินอย่าง สอดประสานกับกระแสของความสร้างสรรค์คุณจะ มีความคล่องตัวตอบสนองอย่างสอดคล้องและ สนามพลังก็รับรู้การสอดคล้องนี้จนเริ่ม ปรับเปลี่ยนโลกที่อยู่รอบตัวคุณอย่างอ่อน โยนคุณเคยสังเกตบ้างไหมว่าในเวลาที่คุณ ผ่อนคลายอย่างล้ำลึกความคิดจะมีความไหล ลื่น ความรักจะรู้สึกได้โดยง่ายและทางออกก็จะ ปรากฏขึ้นเมื่อคุณไม่คิดมากเกินไปนี่ไม่ ใช่เรื่องบังเอิญแต่มันคือฟิสิกส์ระบบ ประสาทของคุณนั้นเมื่อผ่อนคลายจะสร้าง ความสอดคล้องในหัวใจและสมองของคุณซึ่ง ความสอดคล้องนี้จะปล่อยคลื่นความถี่ที่ เสถียรและทรงพลังสนามพลังก็ชอบความสอด เคราะนี้มากๆมันจะไหลไปหาเหมือนเป็นกระแส น้ำที่ไหลไปสู่ลำธารอันเปิดโล่งถามว่า แล้วทำไมเราถึงพยายามบังคับสิ่งต่างๆกัน ล่ะนั่นก็เป็นเพราะเรากลัวที่จะปล่อยวาง เราคิดว่าถ้าเราหยุดพยายามเราจะสูญเสีย ทุกอย่างไปแต่ความย้อนแย้งก็คือช่วงเวลา ที่คุณหยุดไล่ตามความเป็นจริงของตัวเอง มันจะเป็นช่วงเวลาที่มันจะเริ่มเข้ามาหา คุณเมื่อคุณปล่อยวางการยึดติดคุณปล่อย ความบิดเบือนคุณหยุดใส่ความสงสัยลงไปใน สัญญาณของคุณและความชัดเจนที่บริสุทธิ์ และไว้วางใจนั้นจะเปรียบเสมือนแม่เหล็กใน สนามควันตัมนี่ไม่ใช่การแกล้งทำเป็นว่า คุณโอเคทั้งที่คุณไม่ได้เป็นแบบนั้นแต่ มันเกี่ยวกับการมีสติอยู่กับสิ่งที่เป็น ในขณะที่ยึดมั่นในพื้นที่สำหรับสิ่งที่ สามารถเป็นไปได้นี่คือศิลปะของเจตนาที่ อ่อนโยนคุณกำหนดทิศทางไม่ใช่จากความสิ้น หวังแต่จากความทุ่มเทคุณพูดในสนามพลังว่า ฉันเชื่อใจในวิสัยทัศน์นี้ฉันปรับตัวเอง ให้สอดคล้องกับความถี่ของมันฉันพร้อมที่ จะรับมันไม่ว่าจะเป็นแบบไหนหรือเมื่อไหร่ ก็ตามและแล้วคุณก็กลับคืนสู่ปัจจุบันสู่ ลมหายใจสู่การฝึกฝนสู่การถามตัวเองว่าตรง จุดไหนของชีวิตที่ฉันยังคงพยายามฝืน บังคับผลลัพธ์ที่อยากให้มันเกิดขึ้นอย่าง เป็นธรรมชาติคำถามนี้จะช่วยเปิดประตู เผื่อให้เห็นว่าพลังงานของคุณติดขัดอยู่ ตรงไหนและในการตระหนักรู้นั้นคุณก็เริ่ม เปลี่ยนแปลงการเปลี่ยนแปลงความเป็นจริง ของคุณอย่างนุ่มนวลไม่ใช่การนิ่งเฉยแต่ คือความอ่อนโยนโดยเจตนามันคือการยอมจำนน อย่างตั้งใจมันคือการเลือกที่จะเชื่อใน ความงดงามแม้ว่าคุณจะยังมองไม่เห็นมันใน ตอนนี้มันคือการยึดมั่นในความถี่ของตัว เองเอาไว้ขณะที่จิตใจของคุณร่ำร้องที่จะ หาหลักฐานมาจากคุณมันคือการอยู่กับ ปัจจุบันจนเมื่อตัวตนเก่าของคุณต้องการ ตอบโต้และด้วยการฝึกฝนการปรับตัวใหม่ใน แต่ละช่วงเวลานี้เองที่ได้เปลี่ยนแปลง เจตนาของคุณให้กลายเป็นรูปเป็นร่างความ จริงก็คือคุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากนัก คุณแค่ต้องกลายเป็นคนใหม่ปรับตัวเองให้ สอดคล้องมากขึ้นเพื่อที่จะทำสิ่งนี้ได้ คุณแค่กลับไปสู่การสั่นสะเทือนของตัวคุณ ในอนาคตครั้งแล้วครั้งเล่ามันคือการตั้ง คำถามว่าฉันจะรู้สึกอย่างไรหากสิ่งที่ฉัน ต้องการได้เกิดขึ้นแล้วฉันจะทำตัวแบบไหน ถ้าฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันต้องการกำลังเกิด ขึ้นฉันจะพูดอย่างไรถ้าฉันได้เป็นอิสระ แล้วแล้วคุณก็เริ่มใช้ชีวิตจากพื้นที่ นั้นไม่ใช่เพราะคุณแกล้งทำแต่เป็นเพราะ คุณอ้างสิทธิ์ไว้ในแบบนั้นนี่คือแก่นแท้ ของการเปลี่ยนแปลงอย่างนุ่มนวลคุณไม่ได้ บังคับให้ความเป็นจริงเปลี่ยนไปแต่คุณได้ กลายเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่มีชีวิตอยู่ ในช่วงเวลานั้นอย่างเป็นธรรมชาติทุกลมหาย ใจทุกทางเลือกทุกช่วงเวลาจะกลายเป็นการลง คะแนนเสียงให้กับเส้นเวลาที่คุณปรารถนา ที่จะก้าวไปคุณหยุดรอคอยให้โลกเปลี่ยนไป แต่คุณได้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง ในพื้นที่นี้สิ่งต่างๆจะเริ่มไหลไปไม่ใช่ เพราะชีวิตกลายเป็นความสมบูรณ์แบบอย่าง กะทันหันแต่เป็นเพราะพลังงานของคุณกลาย เป็นสิ่งที่สะอาดคุณไม่สั่นคลอนระหว่าง ความไว้วางใจและความกลัวอีกต่อไปแต่คุณ ใช้ชีวิตอยู่ในความสอดคล้องและความสอด คล้องที่ว่าก็คือพลังคุณจะสังเกตเห็นเหตุ บังเอิญประจวบเหมาะคุณจะได้พบปะผู้คนที่ สะท้อนถึงการสัดสะเทือนใหม่ของคุณคุณจะ ได้รับแนวคิดต่างๆที่ให้ความรู้สึกเหมือน เป็นความทรงจำมากกว่าแค่การคิดและในที่ สุดคุณจะรู้สึกเบาสบายขึ้นไม่ใช่เพราะ ปัญหาทั้งหมดของคุณได้หายไปแล้วแต่เป็น เพราะคุณไม่ต้องแบกรับภาระของการต่อต้าน อีกต่อไปคุณสามารถยินยอมให้ชีวิตสร้าง ความประหลาดใจได้หรือไม่คุณสามารถละทิ้ง ความต้องการที่จะต้องรู้ว่าจะทำอย่างต่อ ไปได้ไหมคุณจะเชื่อมั่นว่าพลังงานของคุณ กำลังสร้างเส้นทางนี้อยู่แล้วได้หรือ เปล่านี่ไม่ใช่ความขี้เกียจแต่นี่คือการ บรรลุความเป็นผู้ใหญ่ทางจิตวิญญาณขั้นสูง เป็นรูปแบบเดียวกับความรับผิดชอบที่ลึก ซึ้งที่สุดที่ไม่ใช่การกระทำภายนอกแต่ เป็นการจัดความสอดคล้องภายในซึ่งหมายถึง การตื่นขึ้นในแต่ละวันและถามว่าขณะนี้ตัว ฉันกำลังจูนไปสู่ความถี่แบบไหนมันคือการ เลือกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้ว่าคุณจะลังเลโดย เฉพาะเมื่อคุณลังเลซึ่งการเปลี่ยนแปลงแบบ นุ่มนวลไม่ใช่เป็นแบบเส้นตรงราบรื่นบาง วันมันอาจรู้สึกที่ง่ายกว่าบางวันอาจรู้ สึกหนาแน่นแต่การฝึกฝนยังคงอยู่มันคือการ ห้วนกลับสู่ปัจจุบันกลับมาสู่เจตนากลับมา สู่ความไว้วางใจและสนามพลังจะตอบสนองไม่ ใช่ด้วยดอกไม้ไฟที่ดังลั่นแต่ด้วยเสียง กระสกระซิบภายในพร้อมการกระตุกเบาๆด้วย ช่วงเวลาแห่งความสง่างามที่เตือนคุณว่า ใช่แล้วสิ่งนี้กำลังได้ผลใช่แล้วคุณกำลัง สร้างใช่แล้วความจริงกำลังตอบสนองมันคือ การเรียนรู้วิธีหยุดต่อต้านความเป็นจริง ว่าคุณเป็นใครและเมื่อคุณผ่อนคลายลงไปสู่ การรู้ได้ในที่สุดทุกอย่างจะเริ่มจัด เรียงตัวใหม่ด้วยความรักอย่างอ่อนโยน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อคุณเริ่มใช้ ชีวิตจากสนามควันตัมไม่ใช่แค่การเข้าใจ มันแต่ล้อมรวมมันเป็นหนึ่งเดียวคุณจะก้าว เข้าสู่จังหวะชีวิตแบบใหม่ที่รู้สึก เหมือนการตอบโต้น้อยลงและเหมือนการระลึก ถึงตัวเองมากยิ่งขึ้นนี่ไม่ใช่การต่อสู้ ดิ้นรนที่มากขึ้นแต่มันจะกลายเป็นซมฟนี่ มากกว่าเดิมการใช้ชีวิตจากสนามควนตัมหมาย ความว่าคุณจะไม่สร้างอะไรจากอดีตอีกต่อไป แล้วแต่คุณได้สร้างอะไรจากปัจจุบันโดยยึด โยงกับความเป็นจริงในอนาคตที่มีอยู่แล้ว จากการสั่นสะเทือนคุณจะกลายเป็นสะพานที่ เชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่มองไม่เห็นกับ สิ่งที่มองเห็นระหว่างเจตนาและการดล บันดาลระหว่างตัวตนที่คุณเป็นและตัวตนที่ คุณกำลังจะเป็นคุณก้าวไปในโลกนี้ไม่เพียง แค่ในฐานะบุคคลแต่ในฐานะของสติและสตินั้น ส่งผลต่อทุกๆสิ่งที่มันได้สัมผัสผู้คนจะ เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างในตัวคุณเป็นความ สงบความชัดเจนความอบอุ่นที่ไม่สามารถ อธิบายได้ด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียวคุณไม่ จำเป็นต้องโน้มน้าวใจสร้างความประทับใจ หรือพิสูจน์อีกต่อไปคุณแค่กลายเป็นคนๆ นั้นและปัจจุบันจะกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูด ใจเพราะเมื่อคุณใช้ชีวิตจากสนามพลังคุณจะ ไม่ไล่ตามความเป็นจริงอีกต่อไปคุณปรับจูน เข้ากับมันคุณพูดคุณเคลื่อนเคลื่อนไหวคุณ หายใจจากความถี่ของชีวิตที่คุณเลือกที่จะ ปรับตัวเองให้สอดคล้องและความสอดคล้องไม่ ใช่เรื่องของความสมบูรณ์แบบแต่เป็นเรื่อง ของความซื่อตรงการใช้ชีวิตจากสนามพลัง หมายถึงการสังเกตเมื่อพลังงานของคุณลดลง และปรับมันใหม่อย่างนุ่มนวลมันหมายถึงการ รู้เท่าทันความคิดเรื่องความขาดแคลนและ รับมือกับมันด้วยสติมันหมายถึงการรู้สึก ถึงคลื่นของความกลัว และยังเลือกที่จะไว้วางใจต่อไปนี่ไม่ใช่ เรื่องง่ายแต่ก็คุ้มค่าเสมอเพราะทุกครั้ง ที่คุณเลือกความสอดคล้องเหนือความวุ่นวาย เจตนาเหนือการตอบโต้ความรักเนื้อความกลัว คุณได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ สัญญาณคุณทำให้สนามพลังมีความกระจ่างชัด มากขึ้นคุณได้กลายเป็นตัวตนใหม่ของอนาคตณ ตอนนี้เลยเอาล่ะแล้วเราจะปรับใช้สิ่งนี้ ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรการใช้ชีวิตจาก สนามพลังเป็นยังไงกันแน่ดูเหมือนคือการ เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเชื่อมต่อแทนที่จะ เป็นควบคุมดูเหมือนการถามหัวใจคุณไม่ใช่ การดูปฏิทินว่าอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ สร้างในวันนี้ดูเหมือนการหยุดพักระหว่าง การทำงานเพื่อหายใจเข้าไปด้วยความตั้งใจ ของคุณมันหมายถึงการปลดปล่อยความต้องการ ที่จะเร่งรีบ เพราะคุณเชื่อในจังหวะเวลาของความ ศักดิ์สิทธิ์หมายความว่าการกำหนดขอบเขต ไม่ใช่จากความกลัวแต่มาจากความรักมันหมาย ถึงการเชื่อปัญญาญาณของคุณแม้ว่ามันอาจดู ไม่สมเหตุสมผลมันหมายถึงการตอบสนองตาม ความปรารถนาของคุณด้วยความทุ่มเทไม่ใช่ ความสิ้นหวังมันหมายถึงการเลือกที่จะรู้ สึกถึงความรู้สึกในอนาคตของคุณตอนนี้แม้ ว่าสถานการณ์ปัจจุปัจจุบันของคุณจะยังมา ไม่ถึงก็ตามและเมื่อสถานการณ์เหล่านั้น ยังมาไม่ถึงคุณก็ไม่ตื่นตระหนกคุณปรับทิศ ทางใหม่เพราะคุณรู้ว่าโลกภายนอกเป็นกระจก ที่สะท้อนภาพได้อย่างล่าช้าจึงจำต้องใช้ เวลาสักระยะหนึ่งสนามพลังจึงจะสะท้อนตาม ความถี่ใหม่ของคุณแต่คุณไม่ต้องรอหลักฐาน คุณจะกลายเป็นตัวหลักฐานนั้นเองนี่คือ วินัยทางพลังงานเมื่อความท้าทายเกิดขึ้น และความท้าทายเหล่านั้นจะเกิดขึ้นแน่ๆคุณ จะไม่ถอยกลับไปสู่รูปแบบเก่าแต่คุณจะถาม ว่าช่วงเวลานี้ได้กำลังสอนอะไรชันเกี่ยว กับความถี่ของตัวเองบ้างเมื่อเกิดความล่า ช้าคุณจะไม่ดำดิ่งลงสู่ความสงสัยแต่คุณ ระลึกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างทำงานเพื่อฉัน เสมอแม้ว่าฉันจะยังมองไม่เห็นว่ามันเป็น อย่างไรเมื่อชีวิตยังคงรู้สึกหยุดนิ่งคุณ ไม่ตื่นตระหน คุณรู้ว่าสนามควนตัมมักจะจัดเรียงความ เป็นจริงใหม่ในความเงียบคุณหยุดวัดความ ก้าวหน้าจากสิ่งที่คุณมีอยู่และเริ่มวัด ความก้าวหน้าจากตัวตนที่คุณเป็นและนี่คือ ปาฏิหาริย์เมื่อความถี่ของคุณมีความมั่น คงโลกภายนอกของคุณก็จะมั่นคงเช่นเดียวกัน โอกาสประสบการณ์ผู้คนซึ่งสอดคล้องกับการ สั่นสะเทือนของคุณจะเริ่มมาพบคุณในรูปแบบ ที่รู้สึกง่ายดายเป็นเรื่องบังเอิญเป็น สิ่งอัศจรรย์คุณไม่สามารถควบคุมมันได้ เมื่อคุณมีความพร้อมให้ถามตัวเองว่าฉัน เต็มใจที่จะใช้ชีวิตราวกับเส้นเวลาสูงสุด ของฉันกำลังเผยตัวออกมาแล้วหรือไม่คำถาม นี้ไม่ใช่คำเชิญชวนให้แสร้งธรรมแต่มันคือ คำเชิญชวนให้กลายเป็นตัวคุณในการใช้ชีวิต ที่ราวกับคุณมีความรักอยู่ที่นี่แล้วราว กับคุณมีความอุดมสมบูรณ์หลั่งไหลเข้ามา อย่างเหลือล้นราวกับมีความสงบสุขเป็น สภาวะตามธรรมชาติอยู่แล้วเพราะว่ามันเป็น แบบนั้นจริงๆภายใต้สิ่งรบกวนทั้งหมดที่ เกิดขึ้นความกลัวทั้งหมดเงื่อนไขทั้งหมด ที่เคยเป็นมาตลอดการใช้ชีวิตจากสนามพลัง ไม่ใช่เทคนิคแต่มันคือวิถีทางเพื่อการ เป็นอยู่มันคือการระลึกถึงธรรมชาติที่แท้ จริงของคุณเป็นการอุทิศตนเพื่อสิ่งที่มอง ไม่เห็นคือความไว้วางใจในสิ่งที่คุณรู้ สึกแม้กระทั่งก่อนที่คุณจะมองเห็นมันและ ยิ่งคุณใช้ชีวิตแบบนี้มากเท่าไหร่คุณจะ ยิ่งค้นพบความปลอดภัยประเภทใหม่มากขึ้น เท่านั้นไม่ใช่ความปลอดภัยประเภทที่ได้มา จากความแน่นอนแต่มาจากความสอดคล้องคุณ หยุดร่ำร้องหาคำรับรองแต่คุณจะกลายเป็น ผู้รับรองเองว่าเมื่อคุณหยุดรอคอยชีวิต เพื่อพิสูจน์บางสิ่งคุณตระหนักว่าตัวคุณ นั่นแหละคือข้อพิสูจน์คุณหยุดพยายามให้ สิ่งต่างๆปรากฏขึ้นเพื่อทำให้คุณสมบูรณ์ แบบคุณรู้ว่าไม่มีสิ่งใดจากภายนอกที่จะ สามารถเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ที่คุณมีอยู่ แล้วภายในตัวเองนี่คือจุดที่ความอัศจรรย์ ครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นเมื่อคุณใช้ชีวิตจาก สนามพลังความเป็นจริงจะผ่อนคลายมากขึ้น มันไม่ได้ง่ายเสมอไปแต่มันจะสง่างามมี ชีวิตชีวาตอบสนองและศักดิ์สิทธิ์เพราะคุณ ไม่ได้สร้างสรรค์จากการแปลกแยกอีกต่อไป แต่คุณกำลังสร้างสรรค์จากความสมบูรณ์ดัง นั้นผมขอถามคุณในตอนนี้ว่าการใช้ชีวิตจาก สถานที่นั้นหมายถึงอะไรเพื่อที่จะใช้ ชีวิตในทุกขณะไม่ใช่จากความกลัวแต่ด้วย ความถี่ในการแสดงตัวไม่ใช่ในฐานะของคนที่ เสาะแสวงหาแต่ในฐานะที่คุณจดจำมันได้ เมื่อคุณหยุดรอคอยให้ชีวิตสวยงามและเริ่ม ต้นใช้ชีวิตอย่างสวยงามคุณจะได้รับรหัส ทั้งหมดอยู่แล้วคุณมีสัญญาณทุกอย่างอยู่ แล้วคุณเป็นการสั่นสะเทือนอยู่แล้วสิ่ง ที่เหลืออยู่ก็คือการไว้วางใจเท่านั้นเอง
Popular Posts
-
อาหารญี่ปุ่นชนิดต่างๆ 1. มากิซูชิ (Maki-zushi) มากิ ซูชิ คือข้าวห่อสาหร่าย มีไส้หรือท็อปปิ้งหลากหลาย มีชื่อเรียกตามไส้หรือท็อปปิ้ง เช่...
-
10 อันดับลายสักยันต์ยอดนิยมของคนไทย ที่มา รายการ 5 มหานิยม วัฒนธรรมการสักลวดลายบนผิวหนัง หรือที่เรียกกันว่า สักลาย หรือสักยันต์ นับเป็นวัฒ...
-
อาการชาจากปลายประสาทอักเสบ คุณเองก็สังเกตได้ โดย พันเอก (พิเศษ) รศ.นพ. วรัท ทรรศนะวิภาส กองออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรค ปลาย...
-
คดีวิตถาร ครูสาวทำช็อคฆ่าข่มขืนนักเรียนหญิง ฆาตกรวิตถารเมลิซซา ฮัคคาบี คนที่เห็นครูสาว "เมลิซซา ฮัคคาบี" จะไม่นึกระแวงเลยว่า...
-
50 อาหารแปลกแต่ขายดีของญี่ปุ่น ที่มา รายการโกโกริโกะเกมกึ๋ย ช่อง Xzyte ทรูวิชั่น 1. อิกะโยคัง เมนูนี้มาจากฮอกไกโด นี่คือเมนูแปลกจากเ...
-
ประวัติและชีวิตส่วนตัวของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 และนักวิทยาศาส...
-
เรื่องย่อละคร เพื่อนรักเพื่อนริษยา อัปสรสวรรค์ หรือ นางฟ้า (วรนุช ภิรมย์ภักดี) อุไรวรรณ หรือ อุไร (คริส หอวัง) และ จิ๋ว (ศรัณย์...
-
ประวัติศาสตร์กำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China) ประเทศจีนที่ซึ่งประวัติศาสตร์และตำนานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ จนบางครั้งมันเกือบ...
-
ภัยของยาไอซ์ ที่มา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) รายการแซ่บระวังภัย ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต ยาไอซ์ นั้นมีลัก...
-
10 อันดับฆาตกรเด็ก เนื้อหาบางส่วนมีเรื่องราวโหดร้าย ทารุณ 10. อีริค สมิธ (Eric Smith, January 22, 1980) อีริค สมิธเป็นเด็กชายอายุ 13 ...